“WFH” รอบใหม่ เป็นยังไงกันบ้าง

ในสถานการณ์ปัจจุบัน หลายบริษัทต่างออกนโยบายให้พนักงานต้องกลับมา ​Work from Home กันอีกครั้งจากผลกระทบของ Covid-19 ครั้งล่าสุด หลายคนอาจเกิดความเบื่อหน่าย หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ดี 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการทำงานในสภาวะแวดล้อมที่ผ่อนคลายเช่นบ้าน อาจะทำให้ไฟในการทำงานหรือความกระตือรือร้นหล่นหายไป วันนี้เราเลยจะมาแชร์ทริคของสมาชิกทีม DINSOR เกี่ยวกับการเติมเชื้อเพลิงสำหรับการทำงานในช่วง Work from Home และการจัดสมดุลชีวิตให้ทุกคนได้ทราบ เพื่อเป็นไอเดียเบื้องต้นที่อาจนำไปต่อยอดในแบบของผู้อ่านเองได้

“ปัจจัยเรื่องสถานที่อาจมีผลบ้างแต่ทั้งหมดมันคือความรับผิดชอบของเรา ไม่ว่าจะทำงานที่ไหน”

Work from Home ครั้งนี้สำหรับเราเองไม่ได้มีความแตกต่างจากครั้งที่แล้วเท่าไหร่ แต่ปัญหาในเรื่องการสื่อสารหรือการทำงานก็ยังคงมีอยู่ ซึ่งช่วงหลังเลิกงานของแต่ละวันเราจะพยายามหาเวลาออกมามองสิ่งรอบตัว เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือทำอาหาร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เราได้ผ่อนคลายบ้าง ส่วนเรื่องของแรงกระตุ้นในการทำงาน หากจะให้จำกัดอยู่ในประโยคเดียวก็คงจะเป็น ‘ต้องทำได้ มันเป็นงานของเรา หน้าที่ของเรา’ เหมือนเป็นการเพิ่มกำลังใจที่เรามักจะบอกตัวเองทุกครั้ง เวลาเจอปัญหาในการทำงาน

พัทธนันท์ สรเกษ, Senior Graphic Designer, DINSOR

“ความต้องการที่จะชาเลนจ์ตัวเองในการทำโจทย์งานให้มันสนุกและตอบโจทย์ลูกค้าไปด้วยในเวลาเดียวกันได้ เป็นแรงผลักดันที่ดีสำหรับเรา”

สิ่งแรกที่เราจะจัดแจงก่อนเริ่มงานเสมอคือ การหามุมในบ้านที่ทำให้เรามีสมาธิกับงานได้มากที่สุด จากนั้นค่อยตกแต่งบรรยากาศรอบข้างให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น ส่วนใหญ่จะชอบเปิดเพลงจากเพลย์ลิสต์ที่ตัวเองทำเป็นงานอดิเรกควบคู่ไปด้วยมันช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้น การเล่นกับสัตว์เลี้ยงก็ช่วยได้เช่นกัน แต่สิ่งที่ทำให้เราแอคทีฟในแง่ของการทำงานนั้น มันคือความอยากพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ และสองคือการต้องประสานงานกับทีมที่เราไม่สามารถชักช้าได้ ต้องตื่นตัวเสมอ เพื่อให้งานที่รับผิดชอบสามารถรันไปได้ตามไทม์ไลน์ที่วางกันไว้

ธนาธิป เจนธำรง, Senior Graphic Designer, DINSOR

“ไฟในการทำงานไม่จำเป็นต้องมาจากงานอย่างเดียว สิ่งรอบตัวก็สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ดีเช่นกัน”

ส่วนตัวแล้วเป็นคนที่คุ้นชินกับการทำงานทางไกลพอสมควร ทำให้เราค่อนข้างโอเคกับการทำงานนอกออฟฟิศ ในบางครั้งที่รู้สึกล้าจากงานที่ทำอยู่ ก็จะเอาสมองออกจากงานแล้วคลายเครียดด้วยการเล่นเกมส์ที่ชอบ มันเป็นวิธีการผ่อนคลายตัวเองในแบบของเรา รวมไปถึงอาจมีไปศึกษาเรื่องรอบตัวบ้าง เช่นการลงทุนแบบต่างๆ หรือแนวทางการพัฒนาไอเดีย มันทำให้เรากระตือรืนร้น มีความอยากรู้อยากพัฒนามากขึ้น ซึ่งในบางครั้งความอยากพัฒนาตัวเองจากเรื่องอื่นรอบตัว ก็มอบมุมมองใหม่ๆ ที่หยิบเอามาใช้กับงานได้ด้วยเหมือนกัน

คณิน แสงสุกใส, Senior Designer, DINSOR

“สภาพแวดล้อมและอารมณ์ค่อนข้างมีผลต่อการทำงานของเรา ดังนั้นเราจึงมักเอาตัวเองไปอยู่ในมุมที่สบายใจที่สุด”

ส่วนตัวแล้วเคยผ่านการ Work from Home มาแล้วครั้งหนึ่ง รอบนี้เป็นรอบที่ 2 เลยไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรเท่าไหร่ มันก็มีบ้างที่เกิดความเครียดจากข้อจำกัดในการสื่อสารและกรอบความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเวลาคิดงานไม่ออกผมมักจะเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายที่สุดหรือที่เราชอบที่สุดเช่น ผละออกจากงานมานั่งฟังเพลงที่ชอบ ดูรายการโปรดบ้าง หาของอร่อยทาน รวมไปถึงการนัด ZOOM กับเพื่อนๆ ในทีมเอง ก็ช่วยให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมีไฟมากขึ้นเช่นกัน

นันทวิช แสงอำไพ, Designer, DINSOR

“เมื่องานต้องรันตามไทม์ไลน์ของมันไปเรื่อยๆ มันไม่มีเวลาให้เราท้อหรือขี้เกียจได้นานขนาดนั้น”

เราคิดว่าช่วง Work from Home เนี่ย เป็นช่วงที่ไม่ว่าใครต่างก็ต้องเคยรู้สึกเบื่อ ขี้เกียจ หรือไม่อยากทำงานกันบ้างอยู่แล้ว  เพราะด้วยบรรยากาศความเป็นบ้านมันเอื้อต่อการพักผ่อนมากกว่าการทำงาน แต่เมื่อตัวงานเองมันต้องรันไปเรื่อยๆ ตามไทม์ไลน์ที่วางเอาไว้ที่ไม่ว่าจะทำงานที่ไหน มันเลยกลายเป็นเหมือนสิ่งที่คอยกระตุ้นและเตือนเราว่าเรายังมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบอยู่ มีบ้างที่บางครั้งทำงานจนสายตาล้า ก็จะผละออกมาจากหน้าคอมบ้าง เอาสมองออกจากเรื่องงานสักครู่ ซึ่งมันช่วยให้เราผ่อนคลายได้นะ รวมไปถึงว่าได้คุย ZOOM กับเพื่อนๆ ในทีมก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเหมือนกัน แม้ ‘หัวข้อที่คุยมักจะมีเรื่องงานผสมอยู่เสมอก็ตาม

วรทัต เฉิน, Designer, DINSOR

“สาเหตุที่ทำให้การทำงานที่บ้านไม่ Productive เท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจด้วยความรู้สึกที่ว่าบ้านคือพื้นที่ปลอดภัย เป็นที่ที่เราใช้เวลาไปกับด้านอื่นๆ ของชีวิตมากกว่า”

ถ้าพูดกันตามตรงผมมองว่า ข้อเสียใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการ Work from Home คือเรื่องของบรรยากาศ ‘เพราะบ้านมันคือเรื่องของความผ่อนคลาย’ การทำงานที่บ้านจึงทำให้หัวเราไม่รู้สึก active ไม่ creative เท่าที่ควร ซึ่งผมมักจะหาเวลาออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง เดินเล่นบ้าง หรือแม้แต่งีบพักผ่อนสักครู่ เพราะเรามองว่าการ Work from Home ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเคร่งเครียดกับงานจนลุกไปไหนไม่ได้ ตราบใดที่ยังรับผิดชอบงานได้ดี ก็ไม่ถือเป็นเรื่องที่ผิดอะไร และเรามองว่ามันยังมีส่วนช่วยให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ในการทำงานอีกด้วย

อุกฤษฏ์ ตั้งมีลาภ, Designer, DINSOR

“ด้วยความที่เราเป็น Extrovert เราชอบที่จะพูดคุย ชอบสื่อสารกับคนอื่นๆ เสมอๆ ซึ่งเมื่อต้อง Work from Home มันทำให้เราต้องปรับตัว”

สิ่งที่เราทำเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกนอยด์ลงไปกว่าเดิมคือการเลือกทำเลทำงานที่ได้รับแสงธรรมชาติให้ได้มากที่สุด เพราะเราเชื่อว่ามันสามารถช่วยให้จิตใจเราได้ผ่อนคลายและรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น แต่ในส่วนของงาน สิ่งที่เป็นแรงกระตุ้นจริงๆ จังๆ ของเราคือ เราไม่อยากให้เพื่อนร่วมทีมต้องลำบาก และเราอยากจะชาเลนจ์ตัวเองด้วยว่า หากต้องสื่อสารและทำงานทางไกลอย่างนี้นานๆ เราจะสามารถปรับตัวและดึงศักยภาพตัวเองออกมาได้มากที่สุดแค่ไหน ซึ่งเป็นชุดความคิดที่มอบกำลังใจให้เราได้เป็นอย่างดี

ภูเบศ เรืองหิรัญ, Designer, DINSOR